แต่งงาน

“สินสอดควรเท่าไหร่?” เป้นเรื่องที่ ในสื่อสังคมออนไลน์ ประเทศจีน กำลังให้ความสนใจ

“สินสอดควรเท่าไหร่?” หรือควรยกเลิกไปเลยมั้ย? เป็นหัวข้อการสนทนากัน ระดับนโยบายในจีน มากันซักพักใหญ่ๆ แล้ว เนื่องด้วยในตอนนี้ ประเทศจีน กำลังประสบปัญหา ประชากรกำลังลด การมีบุตรยาก การแต่งงานช้า และสารพัดปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้อง และปัญหาเรื่องสินสอด ก็เป็นส่วนหนึ่ง ของปัญหาในเรื่องนี้ เช่นกัน

ปัญหาเรื่องสินสอด ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้าง ความปวดหัวให้ใครหลายๆ คนเป็นอันดับต้นๆ ของครอบครัวชาวจีนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ประชาชนระดับชนชั้นกลางลงมา ที่มีความเป็นอยู่ค่อนข้างแย่ หรือมีชีวิต ไม่ค่อยพอกินพอใช้ และวันนี้ เราจะมาสรุปข้อมูลทั้งหมด เกี่ยวกับความจริงจัง ของรัฐบาลจีน ที่เริ่มหันมาเอาจริงเอาจัง กับการแก้ปัญหานี้

แล้วสินสอดคืออะไร? ตอบ คือทรัพย์สิน หรือค่าตอบแทน ในการยินยอมทำการสมรส ในประเทศจีน โดยจะหมายถึง ทรัพย์สินของทางฝ่ายชาย ที่นำมามอบให้ แก่พ่อแม่ญาติ หรือผู้ปกครอง ของทางฝ่ายหญิง โดยส่วนใหญ่ มักอยู่ในรูปแบบของเงิน หรือทองคำ ตามกระแสนิยมในช่วงนั้น ซึ่งประเพณีนี้ ยังมีความคล้ายคลึ่งกับ ประเพณีของไทย

แต่งงาน
รวมความจริงจัง ที่ทางรัฐบาลจีนเริ่มหันมาแก้ปัญหา เรื่องสินสอด

1. จีน เป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชีย ที่ยังมีวัฒนธรรมเรื่องการที่ครอบครัวฝ่ายชาย จะมอบสินสอดให้ครอบครัวฝ่ายหญิงเวลาแต่งงาน โดยเหมือนเป็น “ธรรมเนียมปฏิบัติ” ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และเริ่มจะพัฒนาจนคนจีน ในรุ่นปัจจุบันเรียกว่า “หนักข้อ”😨 มากขึ้นเรื่อยๆในหลายพื้นที่ จากการสำรวจข้อมูล ในหมู่บ้านชนบท

เรตค่าสินสอดต่ำสุดที่ครอบครัว ฝ่ายหญิงเรียกกันทั่วไปจะอยู่ที่ 1-2 แสนหยวน(ราว 520,000 – 1,400,000 บาท) นอกจากนี้ยังต้องมีสินทรัพย์อื่นร่วมด้วย โดยที่ขาดไม่ได้เลย คือ บ้าน/คอนโด และรถยนต์ ซึ่งในหลายๆพื้นที่ยังมี “ธรรมเนียมพิเศษ” อีกว่า ต้องเป็นบ้าน/คอนโดในเมือง 1 แห่ง และในบ้านเกิดของฝ่ายหญิง/ชายอีก 1 แห่ง

รวมถึงยังมีการตั้ง เรตราคารถยนต์ในบางพื้นที่ด้วย เช่น ราคารถห้ามต่ำกว่า 3 แสนหยวนเป็นต้น รวมถึงอีกปัญหาใหญ่คือเรื่อง “ค่างานแต่ง” ที่ส่วนใหญ่คนจีนก็นิยมจัดกันอย่างอู้ฟู่และฟุ่มเฟือยสุดๆ หลายบ้านถึงขั้นต้องกู้หนี้ยืมสินจนสุดท้ายครอบครัว พากันล่มจมทั้งบ่าวสาว ก็มีกันให้เห็นได้ทั่วไป ตามชนบทของจีน

2. ซึ่งเรตสินสอดที่กล่าวไป ยังถือว่าเป็นเรตมาตรฐานระดับกลางๆ ค่อนไปทางล่างด้วยซ้ำ และแต่ถ้ายิ่งเป็นเมืองใหญ่อย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เซินเจิ้น หางโจว เฉิงตู ฯลฯ เรตสินสอดก็อาจจะทวีค่าขึ้นไปอีก รวมถึงอาจจะมีสินทรัพย์อย่างอื่น เพิ่มเข้ามาอีกด้วย เป็นมูลค่ารวมหลักต่ำๆ 9 แสน – 3 ล้านหยวนเลย(5-15 ล้านบาท)

นี่เลยทำให้ต้นทุน ในการเริ่มชีวิตคู่ของคนหนุ่มสาวในจีนจัดว่าสูงมากๆ โดยปัญหาเรื่องสินสอดก็เป็นอีกปัญหาสำคัญที่ทำให้คู่รักหลายๆ คู่สุดท้ายลงเอยกันไม่ได้ หรือที่ศัพท์ภาษาจีนเรียกว่า “แพ้ให้กับความเป็นจริง” 败给现实 แล้วเชื่อมโยงไปถึงปัญหาสังคมอื่นๆตามมา

3. การถกเถียงกันเรื่อง สินสอดควรไม่มี หรือ ไม่ควรไปแคร์สังคมรอบข้างว่ามาก/น้อย ก็เป็น Topic ที่มีการต่อสู้อย่างดุเดือดมาตั้งแต่ยุค 2000 ต้นๆเลยที่จีน โดยเหตุผลหลักๆ 3 ข้อที่ฝ่ายสนับสนุน สินสอดต้องมีเยอะๆ บอกคือ เพื่อเป็นหลักประกันแก่ฝ่ายหญิง, เป็นเครื่องพิสูจน์ ความสามารถฝ่ายชายว่าคู่ควร, เพื่อไม่ให้การแต่งงานเป็นเรื่องที่ไม่รัดกุม (กลัวแต่งง่ายเลิกง่าย)

ส่วนฝ่าย สินสอดตามสมัครใจ ให้เหตุผลเรื่อง ความรักควรมาก่อนเงิน

ฝ่ายชายก็เลี้ยงลูกมาอย่างลำบากไม่แพ้ฝ่ายหญิง(ชายหญิงเท่าเทียม), และทุกคนในจีนไม่ได้รวย(คนรุ่นก่อนสินสอดก็ไม่หนักขนาดนี้) แต่เท่าที่ผ่านมา เหมือนฝั่งเชียร์สินสอด ก็ยังเป็นฝ่ายทำคะแนนนำ เสมอมาตามธรรมเนียมปฏิบัติในสังคมจีนที่ยังยึดถือเรื่องหน้าตา

4. ตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ ที่มณฑลเหอหนาน ก็เป็นมณฑลนำร่องที่เริ่มเรื่องนโยบาย “ปฏิรูปสินสอด” เพื่อลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการตั้งครอบครัวใหม่แก่ทั้งฝ่ายชาย,หญิง โดยเริ่มจากบังคับใช้ภายในหน่วยงานรัฐใน 20 เมืองก่อน…มีการออกข้อบังคับเรื่องค่าใช้จ่าย, การจัดเลี้ยงที่ชัดเจนออกมาเลย คือครอบครัวฝ่ายหญิงจะเรียกสินสอดจากฝ่ายชายได้ไม่เกิน 3 หมื่นหยวน(ราว 160,000 บาท)

สำหรับงานมงคลจัดเลี้ยง ได้ไม่เกินโต๊ะละ 350 หยวน(1,900 บาท) ส่วนงานศพจัดเลี้ยงได้ไม่เกินโต๊ะละ 200 หยวน(1,100 บาท) โดยข้อบังคับนี้ ผู้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจาก 364 หน่วยงานราว 4,000 กว่าครอบครัวได้ร่วมลงชื่อในข้อตกลงนี้ หากฝ่าฝืนข้อบังคับ จะถือว่ามีโทษทางวินัย และถ้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ก็จะถูกหักคะแนนในพรรค (มีผลต่อการเลื่อนตำแหน่ง, สวัสดิการในอนาคต)

5. ซึ่งหลังข้อบังคับนำร่องดังกล่าว ของรัฐบาลเหอหนานออกมา ก็เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า…จะทำได้จริงๆเหรอ และเกินไปหรือไม่ที่มากำหนด จำนวนเงินชัดเจนขนาดนี้ โดยประเด็นมากน้อยดูจะมีนัยสำคัญทางการถกเถียง น้อยกว่าประเด็นเรื่องของการ “ปลอมแปลงใบเสร็จ” หรือการ “เลี่ยงบาลี” ที่น่าจะเกิดขึ้นแน่ๆ เช่น การออกใบเสร็จมูลค่าต่ำเกินจริง รวมไปถึงเปลี่ยนค่าใช้จ่ายส่วนเกินเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น

6. อย่างไรก็ตามชาวเน็ตจีน ส่วนนึงก็ชื่นชมการออกมาเริ่ม “จัดระเบียบ” ค่าสินสอดและค่าจัดเลี้ยงของรัฐบาลจีนในครั้งนี้ว่า เป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะน่าจะถึงเวลาแล้ว ที่จำเป็นต้องมาปรับความบิดเบี้ยวของมาตรฐานสินสอด และงานแต่งที่อาจกำหนด โดยแค่ค่านิยมคนกลุ่มหนึ่ง และยังช่วยให้การใช้ชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ในภาวะเศรษฐกิจที่คนส่วนใหญ่ ในจีนไม่ได้ลำบากน้อย ไปกว่ากันเลยในเวลานี้

7. มีการสำรวจข้อมูล ปัญหาการฟ้องร้อง ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของมณฑลเหอหนาน พบว่าในศาลครอบครัว ปัญหาเรื่องข้อพิพาท ในครอบครัวที่พบมากที่สุดและมีมากถึง 1 ใน 3 ของคดีทั้งหมดในศาลครอบครัวล้วนมีความเกี่ยวข้องกับสินสอด ไม่ว่าจะเป็นการเรียกสินสอดคืน, การแบ่งสินสมรสหลังหย่าร้างซึ่งมีส่วนนึงเป็นสินสอด,

การหลอกลวง ที่เกี่ยวข้องกับสินสอด เป็นต้น รวมถึงคดีความจำนวนมากในศาลแพ่ง ก็พบว่ามีที่มาจากสินสอดเช่นกัน มีตั้งแต่ ปัญหาฟ้องล้มละลาย จากการกู้เงินมาเป็นสินสอด การปลอมแปลงเช็คสินสอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลให้ข้อมูลกับนักข่าวว่า “สินสอดทำให้ครอบครัว บางครอบครัวจนไป 1 ชั่วอายุคนได้จริงๆ”

8. ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักกิจการพลเรือน 民政局 แห่งนึงในมณฑลเหอหนานได้ให้ข้อมูลแก่นักข่าวว่า ร่างข้อกำหนดเรื่องการปฏิรูปสินสอดจริงๆ มีการถกเถียง และตระเตรียมกันมานานมากๆในรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าในไม่ช้าเดี๋ยวมณฑลอื่นๆ ก็จะเริ่มประกาศลักษณะดังกล่าว ออกมาบังคับใช้กับครอบครัว ของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐก่อนเช่นกัน

แน่นอนว่าการไปเปลี่ยนความคิด หรือค่านิยมบางอย่างที่มีมานาน อาจเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากในช่วงแรก รวมถึงอาจต้องพบกับการ ต่อต้านจากคนหลายๆรุ่น แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เรื่องสินสอดเป็นปัญหาที่กระทบ กับครอบครัวส่วนใหญ่ในจีนจริงๆ

และรัฐบาลก็คงไม่อาจปล่อยนิ่งดูดายได้ในส่วนนี้และจำเป็นต้องเริ่มออกมาทำอะไรสักอย่าง ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะกำหนดระเบียบให้สินสอด และค่าจัดเลี้ยงเท่าไหร่นั้นต้องเป็นไปตามการสำรวจของรัฐบาลท้องที่อีกที

9. คอมเมนต์ของเหล่าชาวเน็ตจีนต่อข่าวนี้ “สุดท้ายต้นตอปัญหาก็เพราะ เกิดมาจน นั่นแหละ” “ถ้าไม่มีสินสอดแล้ว วันหลังต้นทุนการหย่าก็ต่ำลงแน่นอน” “มองว่ายังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ” “สินสอดควรมีเป็นพิธี ไม่ใช่เยอะจนเหมือนไปปล้นคนอื่นมา ที่น่าเศร้าคือ ค่าบ้านค่าคอนโดจีนตอนนี้คือเงินเก็บทั้งชีวิตของคนทั้งรุ่นในครอบครัวนึงเลย

แต่มองกลับกันถ้าบ้านไม่มี ก็เหมือนนกที่ไม่มีรัง ที่มั่นคงปลอดภัย แล้วจะให้แม่นกฟักไข่อย่างอุ่นใจได้ยังไง?” “สินสอดเกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบในสังคม 攀比และการมองหาหลักประกัน เพื่อความมั่นคงปลอดภัย 安全感 ซึ่งเป็นธรรมดาในสัญชาตญาณของชาวจีน”

ขอบคุณ แหล่งที่มา : facebook.com/shoot2china

สามารถอัพเดต ข่าวสารเรื่องราวต่างๆ ได้ที่ : cherrystreetchurchofchrist.com